การพัฒนาโรงงานและชุมชนสีเขียว

รากฐานที่สำคัญของการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จของโรงงาน อยู่ที่การรับรองอาชีวอนามัยและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและคู่ค้าทางธุรกิจ ในเสาหลักกลยุทธ์ “การพัฒนาโรงงานและชุมชนสีเขียว” ไทยวา ให้ความสำคัญกับการจัดฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ให้มั่นใจว่าพนักงานก้าวทันมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยล่าสุด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นปฏิบัติตามมาตรฐานอุตสาหกรรมของสภาพแวดล้อมโรงงาน และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนรอบตัวบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่การปกป้องทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงาน

ไทยวา มุ่งมั่นรับประกันความปลอดภัย สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและคู่ค้าทางธุรกิจ บริษัทฯ เข้าใจดีว่าสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพนักงานและคู่ค้าของบริษัทฯ ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้ บริษัทฯ ได้ใช้กฎระเบียบด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน (Safety, Occupational Health, and Working Environment หรือ SHE) ที่เข้มงวด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนที่เข้ามาในบริเวณโรงงานปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังยึดมั่นปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความปลอดภัยทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เช่น มอก. 18001, ISO 45001, และ ISO 14001 เป็นต้น การปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ทำให้บริษัทฯ สามารถรับประกันสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะสำหรับพนักงานและคู่ค้าของบริษัทฯ ได้

การจัดการทรัพยากร

ไทยวา ตระหนักดีว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนเริ่มต้นจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานและระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการจัดการน้ำและพลังงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือการใช้ระบบการจัดการโรงงานที่ล้ำสมัย เพื่อให้บริษัทฯ สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุดได้ ระบบนี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้ เช่น การใช้น้ำและพลังงาน, การกำจัดของเสีย, การควบคุมมลพิษในระหว่างการผลิต, และการบำบัดและกำจัดน้ำเสียหลังการผลิต เป็นต้น ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การนำแหล่งพลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์และก๊าซชีวภาพมาใช้ เป็นต้น ด้วยโครงการเหล่านี้บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับตัวบริษัทฯ และสังคมของบริษัทฯ

เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในระยะยาว ไทยวามีการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านกลยุทธ์ 3T ดังนี้

  • Traceability: ความสามารถในการระบุและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ปัจจัยสำคัญในขณะนี้ ได้แก่ การใช้พลังงาน การใช้ปุ๋ยเคมี NPK วิธีการและการเพาะปลูกในฟาร์ม ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก และการเก็บเกี่ยว ตลอดจนการขนส่งทางทะเลทั่วโลก
  • Transition: การปรับปรุงระบบการผลิตในโรงงานทั้งหมดของเรา เรากำลังอยู่ในระหว่างการวางกลยุทธ์กับที่ปรึกษา ในการตั้งเป้าที่จะเป็น Carbon Neutral ภายในปี 2030 โดยใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เช่นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar rooftop - การติดตั้งแผงโซล่าบนหลังคาโรงงาน โดยมีจุดประสงค์ลดการใช้ไฟฟ้า) พลังงานจากโรงไฟฟ้า (Biogas - การใช้ของเสียจากการผลิต เช่นกากมันและน้ำเสีย นำกลับมาใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในโรงงาน สามารถทำให้เราลดการใช้ไฟฟ้าได้) ลดการใช้พลังงานจากถ่านหินและน้ำมันดีเซลให้เหลือน้อยที่สุด และยังพยายามลดคาร์บอนด้วยการปลูกต้นไม้มากขึ้นหรือการเกษตรแบบปฏิรูป
  • Transformation: ให้ลูกค้าเป็นแกนหลักของกลยุทธ์ความยั่งยืนและนวัตกรรมของเรา เช่น ช่วยให้พวกเขาใช้ส่วนผสมจากพืชมากขึ้น แทนการใช้เนื้อสัตว์ การเลือกใช้แป้งที่ปราศจากสารเคมี (waxy) ปรับปรุงโซลูชันบรรจุภัณฑ์ให้เป็นพลาสติกชีวภาพ และพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น ปุ๋ยชีวภาพ บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ

บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสดงอาทิตย์ Phase I บนหลังคาของโรงงานวุ้นเส้น อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม จำนวน 1 MW ในปี 2562 เพื่อเป็นการดำเนินการภายใต้นโยบายการอนุรักษ์พลังงาน และเป็นแนวทางให้กับโรงงานอื่นๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ระบบ Solar Rooftop คือการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนมาเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อโรงงานและชุมชน ในปี 2564 บริษัทฯ ได้ขยายโครงการ Solar Rooftop Phase II จำนวน 1.44 MW เพื่อเพิ่มปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากแหล่งพลังงานทดแทน ซึ่งคาดว่าจะ COD ได้ภายใน มี.ค. 2565 นอกจากนี้ได้มีการวางแผนเพื่อติดตั้งให้กับโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังในอนาคตอีกต่อไป

2562 2563 2564 2565 เป้า 2566 เป้า 3 ปี
ไฟฟ้าที่ผลิตด้วยแผงโซลาร์ (เมกะวัตต์ชั่วโมง) 589 1,405 1,406 2,400 2,400 10,000
ค่าไฟที่ลดลงด้วยแผงโซลาร์ (ล้านบาท)* 2.13 5.08 5.09 10.02 10.02 60.8

* คำนวณที่ค่าไฟฟ้า 3.62 บาท/kWh

บริษัทฯ ให้ความสำคัญตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ ด้วยแนวทางการมุ่งมั่นในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (รวมถึงการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ การนำน้ำมารีไซเคิลและใช้ซ้ำ) ผ่านนโยบายและยุทธศาสตร์การจัดการน้ำ โดยมีการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม มีการการสื่อสาร / ประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่น / ผู้จัดหาน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและมาตรการบรรเทาผลกระทบ และมีการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบ รวมถึงการตรวจสอบปริมาณการใช้น้ำ การวัดปริมาณและการปล่อยน้ำของเราอยู่เสมอ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยมีจุดประสงค์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ซึ่งทำการประเมินเป็นประจำทุกปี เนื่องจากมีการใช้น้ำในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงตระหนักถึงการกำหนดมาตรการการจัดการความเสี่ยงด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลดปริมาณการใช้น้ำและพัฒนาการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะผู้ผลิตเกษตรและอาหาร ไทยวา ใช้น้ำปริมาณมหาศาลในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ ได้นำหลักการ 3Rs: ลด ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล (3Rs: Reduce, Reuse, and Recycle) มาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการน้ำ บริษัทฯ มีเป้าหมายลดการใช้น้ำลงอย่างน้อย 5% ทุกปี โดยใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว ระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ ติดตั้งระบบเติมอากาศ ให้มั่นใจว่าน้ำที่ปล่อยออกมานั้นเป็นไปตามมาตรฐานน้ำเสียสาธารณะที่จำเป็นทั้งหมด ปัจจุบันน้ำเสียของบริษัทฯ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด 100%

ไทยวา ตั้งมั่นลดของเสียและใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรที่มีอยู่ ในขณะที่ลดของเสียลงให้เหลือน้อยที่สุดตลอดขั้นตอนการผลิต บริษัทฯ ได้นำของเสียกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น กากมันสำปะหลังสำหรับผลิตอาหารสัตว์, ปุ๋ยอินทรีย์, และก๊าซชีวภาพสำหรับผลิตพลังงานความร้อนและกระแสไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อลดมลพิษให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่กำหนดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศไทย บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบบำบัดของเสียจากการผลิตขั้นสูงหลายประเภท อย่าง Activated Sludge System ระบบบำบัดอากาศด้วยเครื่องขัดแบบเปียกและไซโคลน ดักจับฝุ่นและไอเสีย ก่อนระบายออกจากโรงงาน วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบบำบัดของเสียอย่างต่อเนื่อง ให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมรอบโรงงานยังคงสะอาดและดีต่อสุขภาพ ต่อไปนี้คือข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการของเสียของบริษัทฯ