การพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์

ไทยวามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การพัฒนาผลผลิตและคุณภาพของมันสำปะหลัง ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าและผู้บริโภค เพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ในด้านความปลอดภัยของอาหารและความมั่นคงด้านอาหารยังคงเป็นข้อกังวลที่สำคัญในระดับสากล การรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารให้มีมาตรฐานตั้งแต่ไร่ถึงผู้บริโภคจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและรักษาความไว้วางใจของผู้บริโภค ไทยวาสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมจากการวิจัยและพัฒนาของบริษัท เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีประโยชน์ต่อสังคมทางด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อม เป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค และความมั่นคงทางอาหาร

นวัตกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อความยั่งยืน

ในปี 2567 ไทยวามีพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 7 แห่งใน 6 ประเทศ ได้แก่ Innovation Hub ตั้งอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในห้อง Lab ที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย Ideation Hub ที่ออฟฟิศสาทร เพื่อทดลองและสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ๆ จากผลิตภัณฑ์ของไทยวา และ Application Center ที่ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และจีน เพื่อเป็นพื้นที่ในการทดลองผลิตภัณฑ์และทดสอบตลาดในประเทศนั้นๆ ให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทตรงต่อความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง

ธุรกิจแป้งของไทยวานำเสนอส่วนผสมอาหารหลากหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สินค้าของเราประกอบด้วย แป้งมันสำปะหลัง แป้งมันสำปะหลังดัดแปร กลูโคสไซรัป แป้งข้าว และอื่นๆ โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมนวัตกรรมผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่หลากหลาย เราได้ผสานเทคนิคการคิดค้นและพัฒนาสินค้าเข้ากับกระบวนการผลิต เพื่อให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกตามความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของธุรกิจแป้ง
ประเภท จำนวนผลิตภัณฑ์
2565 2566 2567 เป้าหมาย 2568
ผลิตภัณฑ์ทางเลือกเชิงฟังก์ชั่น 63 64 42 60
ผลิตภัณฑ์ฉลากสะอาด 20 20 8 10
ผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ 22 22 8 10

ธุรกิจอาหารของไทยวา ประกอบด้วย วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวและเส้นหมี่ ก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ แป้งมันสำปะหลังและสาคู ผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานหลากหลายประเภท อาทิ วุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยวพร้อมปรุง รวมถึงก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูป เพื่อตอบสนองความต้องการและความชื่นชอบในการทำอาหารที่หลากหลายของลูกค้า

ROSECO ผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติของเรา ส่งเสริมโซลูชันที่ยั่งยืนและไร้ขยะพลาสติกเพื่อโลกที่ดีกว่า โซลูชันที่รับผิดชอบซึ่งเป็น "ของธรรมชาติและเพื่อธรรมชาติ" ROSECO series ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม คือ Thermoplastic starch, Bio-compost compound และ Bio-based compound สามารถใช้ในงานต่างๆ เช่น ถุง ถาด ฟิล์มคลุมดิน สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น ด้วยการใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนพลาสติกที่ใช้ฟอสซิล ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สนับสนุนการใช้งานของผู้บริโภคและลดการปล่อยคาร์บอน

ในปี 2567 ไทยวาได้ดำเนินการศึกษาการประเมินวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ ROSECO คือเม็ดพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง และประเมินถึงการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น ฟิล์มคลุมดิน ถุงขยะ ถุงชอปปิ้ง บรรจุภัณฑ์อาหาร ถาด หลอด และช้อนส้อม การศึกษานี้ใช้แนวทาง Cradle-to-Grave ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน จนถึงกระบวนการกำจัดเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน

การศึกษา LCA มุ่งเน้นไปที่การประเมินศักยภาพในการทำให้โลกร้อน (Global Warming Potential: GWP) ของผลิตภัณฑ์ ROSECO เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์พลาสติกจากฟอสซิลหรือปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ ROSECO สามารถลดค่า GWP ได้มากถึง 60% ตัวอย่างเช่น การแทนที่ผลิตภัณฑ์ถุงขยะที่ผลิตจากพลาสติกแบบเดิมด้วยถุงขยะที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติแบรนด์ ROSECO จำนวน 1 ล้านใบสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ได้มากกว่า 1.1 ล้านกิโลกรัม

ไทยวา เข้าใจดีว่าบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การขนส่ง และการกำจัด ล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในกระบวนการบรรจุสินค้า การใช้งาน แ ละการขนส่ง การปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ช่วยให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปริมาณวัสดุของบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น และยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย ในปี 2567 ไทยวา มีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เพื่อความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • การปรับแนวทางการบรรจุผลิตภัณฑ์เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษ

    ปรับแนวทางการใช้บรรจุภัณฑ์ ซึ่งลดปริมาณกระดาษไม่รีไซเคิลที่ใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลงได้มากถึง 7 ตันต่อปี การปรับแนวทางดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดต้นทุนด้านทรัพยากรเท่านั้น หากแต่ยังช่วยเพิ่ม

  • การลดปริมาณพลาสติกที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร

    เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแนวปฏิบัติที่มีความยั่งยืน บริษัทสามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกได้ทั้งหมด 4.5 ตันต่อปี และด้วยน้ำหนักที่ลดลง ทำให้บริษัท สามารถประหยัดต้นทุนด้านพลังงานในการขนส่งได้เช่นกัน

  • การออกแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์แป้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

    รูปแบบเดิมของการบรรจุผลิตภัณฑ์แป้งลงถุงจะทำให้ถุงมีลักษณะเช่นเดียวกับหมอน ซึ่งไม่สามารถรองรับการบรรทุกซ้อนพาเลทคู่ที่มีประสิทธิภาพได้ ดังนั้น ไทยวา จึงได้ใช้บรรจุภัณฑ์แบบใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์แป้งของเรา ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการขนส่ง ความเสถียรในการเคลื่อนย้าย การประหยัดต้นทุนแรงงาน และเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า

การรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารเป็นความกังวลที่อุตสาหกรรมอาหารต้องให้ความสำคัญ การรักษามาตรฐานที่เข้มงวดและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดช่วยป้องกันการปนเปื้อนและรับประกันว่าผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยสำหรับการบริโภค โดยการยกระดับตลอดกระบวนการผลิตรวมถึงการให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยอาหารแก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2567 บริษัท ได้รับการรับรองจากมาตรฐานในระดับประเทศและระดับสากลมากมาย ดังนี้

ธุรกิจแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง*
FSSC22000, ISO 14001, ISO 9001, GHPs, HACCP, HALAL, KOSHER, Organic, Green Industry
ธุรกิจอาหาร
BRC, ISO 45001, ISO 14001, ISO 9001, GHPs, HACCP, HALAL, KOSHER, SMETA, Organic, Green Industry Level 3
ธุรกิจผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
DIN Home and Garden Compostable, DIN Industrial compostable, Seedling, TUV OK compost INDUSTRIAL, FDA, EU 10/2011, RoHS, REACH

*มาตรฐานที่ได้แตกต่างไปในแต่ละโรงงาน

การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า

  • ธุรกิจแป้ง
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 2566 2567 เป้าหมาย 2568
ธุรกิจแป้ง (%) 90 87 90

ธุรกิจแป้งได้รับคะแนน Net Promoter Score (NPS) ที่ 55 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ได้รับคะแนนความพึงพอใจรวมจากลูกค้าหลัก 87% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ได้แก่ คุณภาพของสินค้า การสื่อสารกับทีมขาย และการบริการหลังการขาย ทั้งนี้การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อของลูกค้าหลักถึง 77% ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ความปลอดภัย ความสะอาด และคุณภาพสูงอย่างหลากหลาย สร้างความไว้วางใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค

  • ธุรกิจอาหาร
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 2566 2567 เป้าหมาย 2568
ธุรกิจอาหาร (%) 89 95 95

ธุรกิจอาหารได้รับคะแนน Net Promoter Score (NPS) สูงถึง 77 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยมมาก และได้รับคะแนนความพึงพอใจรวมจากลูกค้าสูงถึง 95% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ได้แก่ คุณภาพของสินค้า การสื่อสารกับทีมขาย และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าถึง 83% อีกด้วย ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของบริษัท ในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ความปลอดภัย ความสะอาด และคุณภาพสูงอย่างหลากหลาย สร้างความไว้วางใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค

  • ธุรกิจผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 2567 เป้าหมาย 2568
ธุรกิจผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 92 93

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติได้รับคะแนน Net Promoter Score (NPS) สูงถึง 67 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ด้านธุรกิจผลิตภัณฑ์ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติได้รับคะแนนความพึงพอใจรวมจากลูกค้าหลักสูงถึง 92% ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ได้แก่ คุณภาพของสินค้า การสนับสนุนทางเทคนิค และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจซื้ออีกด้วย ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถของบริษัท ในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ความปลอดภัย ความสะอาด และคุณภาพสูงอย่างหลากหลาย สร้างความไว้วางใจเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค