การพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวไทยวา

ปี 2567 ถือเป็นปีที่สำคัญสำหรับองค์กรของเรา เนื่องจากเราได้เริ่มต้นการเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลง เมื่อตระหนักถึงความจำเป็นของความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป เราจึงได้ทบทวนโครงสร้างองค์กรของเราใหม่ โดยเปลี่ยนไปใช้รูปแบบที่นำโดยหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลง เพิ่มความเร็วในการเข้าสู่ตลาด และความรับผิดชอบในหน้าที่

เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่น บริษัทจะต้องส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการพัฒนาทักษะในหมู่บุคลากรของตน ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงาน เช่น ช่องว่างด้านทักษะ แรงงานสูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงความต้องการแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อผลิตภาพและประสิทธิภาพ ดังนั้น การลงทุนในการยกระดับทักษะและส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ให้กับพนักงาน สามารถเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานให้เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มีแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน และมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนา ความมุ่งมั่นต่อความยืดหยุ่นและการเรียนรู้นี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาวและการเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคต

การส่งเสริมการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

ไทยวาตระหนักดีว่าการยอมรับความหลากหลายและความเป็นปัจเจกบุคคลเป็นมากกว่าการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เราให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน เน้นการสร้างสถานที่ทำงานที่ทุกคนสามารถเติบโตได้ด้วยความสามารถ ประสบการณ์และมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน เพื่อร่วมกันสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ดีขึ้น

การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

ที่ไทยวา เราให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน การสร้างความเชื่อมั่นและความเคารพ (Build Trust & Respect) เราปฏิบัติตามแนวทางด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับกรอบสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact), ปฏิญญาว่าด้วยหลักการพื้นฐานและสิทธิในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work), และ หลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights)

เพื่อสร้างความไว้วางใจและศักดิ์ศรีในองค์กร พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม ซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและความมั่นใจในองค์กร ความมุ่งมั่นของเราในการสื่อสารอย่างเปิดเผย (Communicate Openly) ช่วยผลักดันให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสิทธิ์ต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม สร้างความร่วมมือและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง

บริษัทมีนโยบายที่จะไม่ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการปฏิบัติ ต่อกันด้วยความเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกความแตกต่างด้านร่างกายจิตใจ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา วัฒนธรรม เพศ อายุ ภาษา สีผิว การศึกษา สถานะทางสังคม ไม่เลือกปฏิบัติในทุกกระบวนการของการจ้างงาน ตั้งแต่การสรรหา การจ่าย ค่าตอบแทน เวลาทำงาน และวันหยุด การมอบหมายงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน การฝึกอบรมและพัฒนา การวางแผนความก้าวหน้า รวมทั้งการไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานที่มาจากการค้ามนุษย์ หรือแรงงานเด็กอันมิชอบด้วยกฎหมาย

ในปี 2567 บริษัทไม่มีเหตุการณ์ที่ถูกร้องเรียน หรือถูกฟ้องร้องว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หลักการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ

รักษาในทุกระดับขององค์กร รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ล้วนสะท้อนถึงการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความไว้วางใจ ความเคารพ และความเท่าเทียม อย่างแท้จริง ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ไทยวา มุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบขององค์กรที่สนับสนุนและยกย่องในคุณค่าของความหลากหลาย เราเดินหน้าพัฒนาโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ทุกคนมีโอกาสในการเติบโต และก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ อย่างมั่นคง การดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศของไทยวา มีดังนี้

  1. นโยบายที่ครอบคลุมและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ เช่น วันลาเพื่อแปลงเพศ และวันลาความเป็นพ่อ (Paternity Leave)
  2. เฉลิมฉลองความหลากหลาย จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในวันสำคัญ เช่น วันสตรีสากล (International Women’s Day) และ เดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นทางสังคม ส่งเสริมความเท่าเทียม และสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกได้รับการเคารพและมีคุณค่า
  3. การส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมในทุกระดับพนักงาน สร้างความไว้วางใจภายในทีมงานผ่านโอกาสที่เท่าเทียมกันและการให้การยอมรับในความสามารถ
  4. สร้างความโปร่งใสและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จัดอบรมความหลากหลายให้พนักงานและผู้นำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเข้าใจในความเท่าเทียมและการทำงานร่วมกันอย่างเคารพ เปิดพื้นที่ให้พนักงานทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านการสำรวจ การประชุมและโอกาสต่างๆ ให้ทุกเสียงได้รับการรับฟัง เพื่อปรับปรุงนโยบายและแนวทางการดำเนินงาน
การส่งเสริมความเท่าเทียมสำหรับผู้พิการ

การสร้างสถานที่ทำงานที่ครอบคลุมและส่งเสริมศักยภาพของทุกคน รวมถึงผู้พิการ (Persons with Disabilities - PWDs) ด้วยการยอมรับในศักยภาพและคุณค่าของพวกเขา เราเชื่อว่าการสนับสนุนผู้พิการเป็นทั้งความรับผิดชอบทางสังคม และป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นให้เราสร้างวัฒนธรรมที่เคารพความแตกต่างและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโต

ในปี 2567 ไทยวา ได้จ้างพนักงานผู้พิการจำนวน 15 คน และบริจาคเงินจำนวน 2,689,307 บาท ให้กับ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในวงกว้าง การสร้างงานสำหรับผู้พิการช่วยส่งเสริมความยั่งยืนในชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของพวกเขา

นอกจากการจ้างงานพนักงานผู้มีความพิการ แล้ว ไทยวา ได้เปิดตัวโครงการ “Physical Wellness & Well-being: ไทยวา พามา...ฟื้นฟูสุขภาพด้วยพลังสัมผัส” ร่วมมือกับมูลนิธิกรมส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด ซึ่งให้บริการบำบัดโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความบกพร่องทางร่างกาย

การเสริมสร้างและพัฒนาบุคลากร
ยกระดับการเรียนรู้ สู่การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ที่สามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง

ไทยวาให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานด้วยรูปแบบ 70:20:10 โดยมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ในการลงมือทำจริง การแนะนำแนวทางในการนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปปฏิบัติจริง และการเรียนรู้ในห้องเรียนกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และทัศนคติหรือพฤติกรรมที่ควรมีในการทำงาน ผ่านการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าพนักงานของเราจะมีทักษะ ความรู้ และความสามารถที่สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แนวทางนี้เป็นการช่วยพัฒนาพนักงาน อีกทั้งยังสนับสนุนความสำเร็จในระยะยาวขององค์กรจากการสร้างพนักงานที่มีทักษะสูงในอีกทางหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาชั่วโมงการอบรม ของพนักงานระดับปฏิบัติการเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าจากเดิม 24 ชั่วโมงเป็น 40 ชั่วโมง และระดับบริหารอยู่ที่ 48 ชั่วโมง โดยมีจำนวนชั่วโมงการอบรมของพนักงานที่เฉลี่ย 44 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

ไทยวาให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน (PMS: Performance Management System) เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทั้งของพนักงานและองค์กร โดยการประเมินเน้นที่ความโปร่งใส ยุติธรรม และเชื่อมโยงเป้าหมายของพนักงานกับเป้าหมายองค์กรผ่านระบบ My Thai Wah ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการบริหารผลการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้พนักงานและหัวหน้างานสามารถสื่อสารกันได้อย่างเปิดเผย ผ่านการให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับเพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์และพฤติกรรมหลักขององค์กร รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาทักษะ ความสามารถ และศักยภาพในสายอาชีพของพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร

การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร
แบบสำรวจความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน (Associate Engagement Survey )

บริษัทกำหนดการทำแบบสำรวจความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานเป็นประจำทุกๆ 2 ปี และวางแผนการพัฒนาจากผลการสำรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความแข็งแกร่งและต่อเนื่อง บริษัทได้จัดทำ “แบบสำรวจความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงาน” ระหว่างวันที่ 4-15 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งพนักงานจำนวน 3,582 คนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม จีน อินโดนีเซีย กัมพูชา และอินเดีย เข้าร่วมการสำรวจ คิดเป็น 97% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

ผลสำรวจที่โดดเด่นในปี 2567:

  • 98% ของพนักงานยินดีทำงานนอกเหนือจากรายละเอียดงาน เพื่อให้องค์กรประสบความสำเร็จ
  • 96% ของพนักงานภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับบริษัท
  • 95% ของพนักงานความเชื่อมั่นในเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับความท้าทายในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเป็นอยู่ที่ดี (Well Being) ของพนักงานที่ไทยวา

ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานคือรากฐานสำคัญขององค์กรที่กำลังเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นพัฒนาโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพพนักงานในด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สุขภาพทางการเงิน และความสัมพันธ์ในสังคม ให้พนักงานสามารถเติบโตทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานในแต่ละด้าน เช่น

  1. สุขภาพกาย:
    • โครงการต่างส่งเสริมสุขภาพ ผ่านชมรมแบตมินตัน ชมรมฟุตบอล การตรวจสุขภาพประจำปี การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี
    • การให้ความรู้ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสมของแต่ละช่วงอายุและเป้าหมาย
    • การให้ความดูแลด้านการรักษาออฟฟิศซินโดรมโดยแพทย์แผนตะวันตกและแพทย์แผนจีน
  2. สุขภาพจิต:
    • การจัดเวิร์กช็อปด้านการสำรวจสุขภาพจิตเบื้องต้นโดยนักจิตบำบัด
    • เพิ่มสิทธิสวัสดิการพิเศษ วันลาพักใจ (Heal Day Leave)
  3. สุขภาพทางการเงิน:
    • สนับสนุนความรู้ทางการเงิน ความมั่นคงทางการเงิน และการวางแผนอนาคต เพื่อช่วยลดความกังวลทางการเงิน
  4. ความสัมพันธ์ในสังคม:
    • สร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงาน และความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมชุมชน
    • กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนภายในองค์กร